chpchan Logo chpchan กลับหน้าแรก
คู่มือเกษตรกรอัจฉริยะ การจัดการวัชพืช

คู่มือการเลือกใช้สารกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) ให้ถูกประเภท

จัดการวัชพืชในแปลงเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประหยัดต้นทุน และปลอดภัยต่อพืชประธาน โดยการเลือกสารให้เหมาะกับระยะเวลา ชนิดของหญ้า และสภาพแปลง

1. เลือกตามช่วงเวลาการระบาด (ประเภทคุม หรือ ประเภทฆ่า)

สารประเภทคุมวัชพืช (Pre-emergence)

ใช้ฉีดพ่นลงดิน ก่อนที่เมล็ดหญ้าจะงอก สารเคมีจะเคลือบผิวดินเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของตัวอ่อน นิยมใช้ในแปลงอ้อย มันสำปะหลัง หรือนาข้าวหลังหว่านเมล็ดพืชหลักทันที (ดินต้องมีความชื้นสารจึงจะออกฤทธิ์ได้ดี)

สารประเภทกำจัดวัชพืช (Post-emergence)

ใช้ฉีดพ่น หลังจากที่ต้นหญ้างอกขึ้นมาแล้ว เป็นยาฆ่าหญ้าโดยตรง โดยละอองยาจะสัมผัสทางใบพืชเพื่อเข้าไปยับยั้งและทำลายระบบการเจริญเติบโตของหญ้าที่โตแล้วในแปลง

2. เลือกตามลักษณะการออกฤทธิ์ทำลาย (สัมผัสตาย หรือ ดูดซึม)

ประเภทสัมผัสตาย (ยาเผาไหม้)

ละอองยาโดนส่วนไหนของหญ้า ส่วนนั้นจะแห้งเหี่ยวและตายอย่างรวดเร็ว (มักเห็นผลภายใน 1-2 วัน) ทำลายเฉพาะส่วนที่โดนยา ไม่ลงลึกถึงราก ข้อดีคือไม่ตกค้างในดินยาวนานและปลอดภัยต่อระบบรากของพืชประธานยืนต้น (เช่น กลูโฟซิเนต-แอมโมเนีย)

ประเภทดูดซึม (ฆ่าถึงรากถึงโคน)

สารเคมีจะซึมผ่านใบและ เคลื่อนย้ายตัวยาไปตามท่อน้ำท่ออาหารจนถึงระบบรากและเหง้าใต้ดิน หญ้าจะค่อยๆ เหลืองและตายอย่างช้าๆ (ประมาณ 7-14 วัน) แต่เป็นการตายสนิทและควบคุมพื้นที่ได้ยาวนานกว่า (เช่น ไกลโฟเซต)

3. เลือกใช้สารให้ตรงตามชนิดและลักษณะใบของวัชพืช

วัชพืชแต่ละกลุ่มมีความทนทานต่อสารเคมีต่างกัน การใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจง (Selective Herbicide) จะช่วยฆ่าหญ้าได้โดยไม่ทำลายพืชหลัก:

กลุ่มใบแคบ

วัชพืชใบแคบ (กลุ่มหญ้า)

มีเส้นใบขนานไปกับแนวใบ เช่น หญ้าตีนนก หญ้าปากควาย หญ้าขจรจบ ยาที่นิยม เช่น ควิซาโลฟอป-พี-เอทิล

กลุ่มใบกว้าง

วัชพืชใบกว้าง

ใบกว้าง มีเส้นใบสานกันเป็นร่างแห เช่น ผักเบี้ยหิน ไมยราบ เถาตูดหมูตูดหมา ยาที่นิยม เช่น 2,4-ดี, ฟลูรอกซีเพอร์

กลุ่มกก

วัชพืชกลุ่มกก

ลำต้นมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ไม่มีข้อปล้อง เช่น กกทราย กกขนาก หนวดปลาดุก ยาที่นิยมเช่น บิสไพริแบค-โซเดียม

4. มาตรฐาน HRAC กับการจัดการหญ้าดื้อยา

มาตรฐาน HRAC คืออะไร?

เช่นเดียวกับแมลง วัชพืชสามารถสร้างกลไกต้านทานสารเคมีได้หากฉีดพ่นยาตัวเดิมซ้ำๆ เป็นเวลาหลายปี สมาคมสากลจึงได้กำหนดมาตรฐาน HRAC (Herbicide Resistance Action Committee) โดยจัดแบ่งสารกำจัดวัชพืชออกเป็น กลุ่มตัวอักษรภาษาอังกฤษ หรือ ตัวเลข (ตามกลไกการออกฤทธิ์) เกษตรกรควรตรวจสอบรหัสกลุ่มบนฉลาก และทำการสลับกลุ่มสารเคมีในฤดูกาลถัดไป ไม่ควรใช้สารกลุ่มเดิมซ้ำซาก

5. ข้อควรระวังและข้อแนะนำเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ระวังละอองยาปลิว (Drift)

หลีกเลี่ยงการพ่นยาฆ่าหญ้าในวันที่มีลมแรง โดยเฉพาะในสวนไม้ fruit อย่างทุเรียน หรือมังคุด เนื่องจากละอองยาอาจลอยไปโดนใบอ่อนหรือกิ่งยอด ทำให้พืชหลักเสียหาย ชะงัก หรือยืนต้นตายได้

ความชื้นดินสำคัญมาก

การพ่นยาฆ่าหญ้าประเภทดูดซึมและยาคุมดิน จะได้ผลดีที่สุดเมื่อดินมีความชื้นพอเหมาะ หากพ่นในช่วงดินแห้งแล้งจัด หญ้าจะปิดปากใบทำให้ดูดซึมสารเคมีได้น้อย และยาคุมดินจะไม่ทำงาน

เสริมด้วยสารจับใบ

เนื่องจากใบของหญ้าหลายชนิดมีขนหนาหรือเป็นไขมันมันวาว การผสมสารจับใบคุณภาพสูงปิดท้ายเสมอ จะช่วยลดแรงตึงผิว ทำให้น้ำกระจายตัวและซึมเข้าสู่ใบหญ้าได้เร็วขึ้น ลดการถูกชะล้างจากฝน