chpchan Logo chpchan กลับหน้าแรก
หมอพืช chpchan โรคพืชและเชื้อรา

คู่มือวินิจฉัยและกำจัดโรคพืช/เชื้อราอย่างตรงจุด

รู้ลึก เจาะตรงประเด็นโรคราตัวร้ายในสวนทุเรียนและไม้ผล รักษาไว รักษาหาย ไม่เสียต้นทุนเปล่า ด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อราที่ถูกกลุ่มและสอดคล้องกับอาการของโรค

ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคอะไร? ปรึกษาเราก่อนได้ฟรี!

โรคพืชบางชนิดมีลักษณะแผลที่คล้ายกันมาก หากซื้อยาไปฉีดสุ่มอาจทำให้โรคลุกลามและดื้อยาได้ แนะนำให้เกษตรกร ถ่ายรูปอาการ (ใบ กิ่ง ลำต้น หรือราก) แบบชัดๆ หรือ ตัดชิ้นส่วนแผลใส่ถุงพลาสติก มาให้ทางร้านช่วยตรวจดูอาการและจัดชุดยาที่ตรงโรคที่สุดให้ครับ

📸 วิธีถ่ายรูปส่งประเมิน

  • • ถ่ายย้อนหลังให้เห็นภาพรวมทั้งต้น
  • • ถ่ายเจาะซูมบริเวณรอยแผล/น้ำเยิ้มชัดๆ
  • • ถ่ายใบที่แสดงอาการซีดหรือแห้ง

1. เจาะลึกวิธีสังเกตและแยกแยะ 3 โรคราพบบ่อยในทุเรียน

ทุเรียนป่วยระวังให้ดี! มาเช็กอาการความต่างของเชื้อราแต่ละชนิดเพื่อการรักษาที่ถูกต้องกันครับ:

อันตรายอันดับ 1

เชื้อราไฟทอปธอร่า (Phytophthora palmivora)

🔍 ลักษณะอาการเด่น:

มักระบาดหนักช่วงหน้าฝนหรือความชื้นสูง อาการที่ลำต้นหรือกิ่งใหญ่จะมี รอยแผลเหมือนน้ำเยิ้มฉ่ำ ดินบริเวณโคนต้นจะชื้นแฉะตลอดเวลา เมื่อถากเปลือกดูจะพบเนื้อเยื่อข้างในเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงหรือดำ ใบจะเริ่มสลด หลุดร่วง และลุกลามลงไปทำลายระบบราก (รากเน่าโคนเน่า)

เชื้อราแทรกซ้อน

เชื้อราฟูซาเรียม (Fusarium solani)

🔍 ลักษณะอาการเด่น:

มักเข้าทำลายซ้ำเติมแผลเดิมของไฟทอปธอร่า หรือเข้าตามรอยเจาะของมอดแผลจะมีลักษณะ แห้งกว่า แผลแบนราบ ไม่ฉ่ำน้ำเท่าไฟทอปธอร่า แต่มีจุดสังเกตคือจะมีคราบแป้งหรือสปอร์ราสีขาวๆ อมชมพูอ่อนเกาะอยู่ตามรอยแตกของเปลือกไม้ ท่อน้ำเลี้ยงภายในจะถูกทำลายทำให้กิ่งแห้งตายจากปลายยอดลงมา (กิ่งแห้ง/ยอดดุ่ย)

ระบาดช่วงฝนชุก

โรคราสีชมพู (Erythricium salmonicolor)

🔍 ลักษณะอาการเด่น:

มักพบบริเวณง่ามกิ่งหรือใต้ท้องกิ่งที่มีใบแน่นทึบอับลม จะเห็นเส้นใยสีขาวนุ่มๆ สานกันปกคลุมรอบกิ่ง ต่อมาเมื่อเชื้อราแก่ขึ้นจะเปลี่ยนเป็นแผ่นคราบฝ้าสีชมพูสดใสชัดเจน เปลือกกิ่งจะแตก ล่อนหลุด และทำให้ใบของกิ่งนั้นๆ เหลืองแห้งตายไปทั้งกิ่งอย่างรวดเร็ว

2. มาตรฐาน FRAC กับกลุ่มยาฆ่าเชื้อราที่แนะนำ

FRAC (Fungicide Resistance Action Committee) ได้จัดหมวดหมู่ยาฆ่าเชื้อราตามกลไกการออกฤทธิ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราพัฒนาการดื้อยา เกษตรกรควรสลับกลุ่มตัวเลขยาไม่ซ้ำกัน เช่น:

กลุ่ม 4

กลุ่มเมทาแลกซิล (Metalaxyl): เน้นดูดซึมไว รักษาและควบคุมโรคราชั้นต่ำอย่างไฟทอปธอร่าได้ดีเยี่ยม ยอดนิยมสำหรับฝังเข็มหรือฉีดพ่น

กลุ่ม 11

กลุ่มอะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin): สารประเภทดูดซึมกว้างขวาง ป้องกันและยับยั้งสปอร์ราได้หลายชนิด รวมถึงกลุ่มแอนแทรคโนสและราสีชมพู

กลุ่ม M

กลุ่มสารสัมผัส (เช่น คอปเปอร์, แมนโคเซบ): ยาเคลือบผิวใบและลำต้นชั้นดี ใช้พ่นป้องกันก่อนเกิดโรค ช่วยล้างสวนหลังเก็บเกี่ยว ไม่ทำให้เชื้อราดื้อยา

3. เทคนิคขั้นตอนการรักษาแผลเน่าที่ลำต้นอย่างถูกวิธี

1

ขูดหรือถากผิวเปลือก: ใช้มีดสะอาดถากเอาส่วนเปลือกไม้ที่เน่าเป็นสีน้ำตาลดำออกให้หมดจนเจอกับเนื้อเยื่อดีสีขาวอมเขียว (ต้องถากเลยขอบแผลเน่าออกไปประมาณ 1 นิ้ว)

2

ทายาฆ่าเชื้อราเข้มข้น: นำสารกำจัดเชื้อราแบบผงหรือน้ำครีมข้น (เช่น เมทาแลกซิล หรือ คอปเปอร์) ผสมน้ำเพียงเล็กน้อยให้ข้นหนืด แล้วใช้แปรงทาสีจุ่มทาเคลือบลงบนแผลที่ถากให้ทั่ว

3

เก็บเศษเผาทำลาย: เศษเปลือกไม้ที่ถากหลุดลงโคนต้น ต้องเก็บใส่ถุงนำไปเผาทำลายนอกแปลงห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะสปอร์ราจะกระเซ็นกลับขึ้นต้นตามแรงเม็ดฝน

กลับสู่หน้าหลักสินค้าและบริการ