chpchan Logo chpchan กลับหน้าแรก
คู่มือเกษตรกรอัจฉริยะ เทคนิคและการป้องกัน

คู่มือการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแมลงและศัตรูพืชให้สูงสุด ป้องกันปัญหาแมลงดื้อยาด้วยการใช้สารตามหลักวิชาการสากล พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเกษตรกร

1. ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของผู้พ่นสาร

อ่านฉลากอย่างเคร่งครัด

ก่อนผสมและใช้งานทุกครั้ง ต้องตรวจดูอัตราส่วนการใช้ ระยะเวลาปลอดภัยก่อนการเก็บเกี่ยว (PHI) และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ระบุบนขวดสารเคมี

หน้ากากป้องกันไอระเหย

ต้องสวมหน้ากากที่กรองละอองเคมีและกลิ่นไอระเหยได้โดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ผ้าธรรมดาคลุม เนื่องจากสารเคมีสามารถซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้

ชุดและถุงมือป้องกัน

สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และถุงมือยางไนไตรล์ (หลีกเลี่ยงถุงมือผ้า) เพื่อป้องกันผิวสัมผัสสารเคมีโดยตรง พร้อมสวมแว่นตานิรภัยขณะผสมยา

2. มาตรฐาน IRAC กับเทคนิคการฉีดพ่นสลับกลุ่มสาร

IRAC คืออะไร?

IRAC (Insecticide Resistance Action Committee) คือ คณะกรรมการบริหารจัดการความต้านทานต่อสารกำจัดแมลงศัตรูพืชสากล ที่ทำการจัดแบ่งกลุ่มของสารเคมีตาม "กลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action)" โดยกำหนดเป็นตัวเลขกลุ่ม เพื่อให้เกษตรกรเลือกใช้สารที่ทำลายแมลงด้วยวิธีที่ต่างกันและป้องกันการดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักการสลับกลุ่มสารป้องกันการดื้อยา

1

พ่นติดต่อกันไม่เกิน 2 รอบ: ในช่วงแมลงระบาด สามารถพ่นสารกลุ่มตัวเลขเดียวกันต่อเนื่องกันได้ ไม่เกิน 1-2 ครั้ง (หรือภายใน 1 วงจรชีวิตแมลงประมาณ 10-14 วัน) จากนั้นจำเป็นต้องสลับกลุ่ม

2

สลับไปใช้เลขกลุ่มอื่นที่เป็นคนละกลไก: เมื่อพ่นครบกำหนด ให้เปลี่ยนไปใช้สารกำจัดแมลงที่มี เลขกลุ่ม IRAC ต่างกันโดยสิ้นเชิง (เช่น เปลี่ยนจาก สารกลุ่ม 3A ไปกลุ่ม 4A)

3

ห้ามดูแค่ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า: ยาฆ่าแมลงอาจมีชื่อต่างกัน แต่ถ้าดูเลขกลุ่มบนฉลากแล้วเป็นเลขกลุ่มเดียวกัน ถือว่าออกฤทธิ์เหมือนกัน ไม่นับเป็นการสลับกลุ่มสาร

3. กลุ่มสารกำจัดแมลงยอดนิยม (เทียบดูเลขกลุ่มบนฉลากสินค้า)

มองหาตัวเลขระบุกลุ่มบริเวณมุมขวาบนของฉลากขวดยา เพื่อวางแผนการสลับตัวยาในการพ่นแต่ละรอบ:

เลขกลุ่ม IRAC กลไกการออกฤทธิ์ ตัวอย่างชื่อสารสามัญที่ใช้บ่อย
กลุ่ม 1 (1A / 1B) ทำลายระบบประสาท (ยาร้อน) คาร์บาริล, ฟีโนบูคาร์บ, คลอร์ไพริฟอส
กลุ่ม 3A รบกวนช่องโซเดียม (ยาเย็น/ยาน็อค) ไซเพอร์เมทริน, เดลทาเมทริน, แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน
กลุ่ม 4A ขัดขวางตัวรับกระแสประสาท (ยาดูดซึม) อิมิดาโคลพริด, ไทอะมีทอกแซม, ไดโนทีฟูแรน
กลุ่ม 6 กระตุ้นช่องคลอไรด์ (ทำลายระบบประสาท/กล้ามเนื้อ) อะบาเมกติน, อีมาเมกตินเบนโซเอต

4. ประเภทของสารเคมีตามลักษณะการออกฤทธิ์ทำลาย

ประเภทสัมผัสตาย (ถูกตัวตาย)

เน้นฉีดพ่นให้โดนตัวแมลงโดยตรง เหมาะสำหรับแมลงตัวบิน หนอน หนอนใยพืช หรือแมลงที่เกาะอยู่ตามผิวใบเห็นได้ชัดเจน

ประเภทกินตาย

สารเคมีจะเคลือบอยู่บนใบพืช เมื่อแมลงมากัดกินใบหรือเนื้อเยื่อพืช สารเคมีจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารและทำลายตัวแมลง

ประเภทดูดซึม (Systemic)

ตัวยาจะซึมเข้าสู่ท่อน้ำเลี้ยงกระจายไปทั่วต้นพืช เหมาะมากสำหรับแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยจักจั่น ที่แอบอยู่ใต้ใบหรือยอดอ่อน

5. ลำดับขั้นตอนการผสมสารเคมีลงถังพ่นพืชที่ถูกต้อง

หากต้องการผสมปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และฮอร์โมนร่วมกันในถังเดียว ให้ยึดลำดับการเทละลายสารเพื่อป้องกันสารเคมีตกตะกอนหรือเสื่อมฤทธิ์ดังนี้:

1. ปุ๋ยเกล็ด / ธาตุอาหาร 2. ยาผง (WP / SP) 3. ยาน้ำครีม (SC)
4. ยาน้ำใส (SL) 5. ยาน้ำมัน (EC) 6. สารจับใบ (สุดท้ายเสมอ)

6. ช่วงเวลาและสภาพอากาศที่เหมาะต่อการพ่นสาร

☀️ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ควรพ่นในช่วงเช้าตรู่ (ก่อนแสงแดดจัด) หรือช่วงเย็นหลังเวลา 16:00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ปากใบพืชเปิดกว้าง และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดที่จะเข้าไปเร่งให้สารเคมีระเหยหรือเสื่อมประสิทธิภาพเร็วเกินไป

💨 เลี่ยงลมแรงและฝนตก: ไม่ควรฉีดพ่นสารในขณะที่มีลมพัดแรงเพราะจะทำให้ละอองสารปลิวฟุ้งกระจายไปนอกเป้าหมาย และควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อป้องกันฝนตกชะล้างตัวยาก่อนที่พืชจะดูดซึม

กลับสู่หน้าหลักสินค้าและบริการ