chpchan Logo chpchan กลับหน้าแรก
คู่มือเกษตรกรอัจฉริยะ สารเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม

คู่มือการใช้สารจับใบและสารเสริมประสิทธิภาพเทคโนโลยีใหม่

หมดปัญหายาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยทางใบฉีดพ่นแล้วไม่ได้ผล ล้างหน้าดิน หรือระเหยทิ้ง เติมเต็มการปกป้องพืชด้วยสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยเพิ่มพลังการดูดซึมและแก้ปัญหาน้ำกระด้างในถังผสมยา

1. เจาะลึกสารเสริมประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่น่าสนใจ (มีวางจำหน่ายที่ร้าน)

สารเสริมประสิทธิภาพเนื้อซิลิโคน (Organosilicone Adjuvants)

ซึมไว ทนฝน

นี่คือที่สุดของเทคโนโลยีสารจับใบในปัจจุบัน! ทำหน้าที่ลดแรงตึงผิวของน้ำได้อย่างมหาศาล เหนือกว่าสารจับใบเกรดธรรมดาทั่วไป ช่วยให้น้ำยาแผ่กระจายเคลือบใบเปียกอย่างรวดเร็ว และมีคุณสมบัติเด่นคือ พาปุ๋ยหรือยาแทรกซึมผ่านชั้นไขมันผิวใบพืชเข้าสู่ข้างในได้ทันทีภายใน 1-3 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับฉีดพ่นพืชใบมันหรือมีขนหนา เช่น ทุเรียน ส้ม และจำเป็นมากในช่วงหน้าฝนเพื่อป้องกันฝนชะล้าง

กลุ่มน้ำมันธรรมชาติ และไวท์ออยล์ (White Oil / Petroleum Oil)

คุณสมบัติ 2-in-1

สารเสริมประสิทธิภาพเนื้อน้ำมันที่เป็นทั้งตัวช่วยนำพายาและสารกำจัดแมลงในตัว โดยเนื้อน้ำมันจะช่วย ละลายและเคลือบชั้นไขมันบนผิวใบพืช ทำให้ตัวยาอื่นที่ผสมร่วมด้วยซึมผ่านเข้าสู่ใบได้ดียิ่งขึ้น และข้อดีพิเศษคือ เนื้อฟิล์มน้ำมันจะช่วย เข้าเคลือบอุดรูหายใจของตัวแมลง เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง รวมถึงเคลือบไข่แมลง ทำให้ไข่ฝ่อและตัดวงจรการระบาดได้อย่างปลอดภัย

สารปรับสภาพน้ำก่อนผสมยา (Water Conditioner / pH Buffer)

ปกป้องฤทธิ์ยา

น้ำในสระ น้ำคลอง หรือน้ำบาดาล มักมีความเป็นด่างและเป็นน้ำกระด้าง (มีแคลเซียมและแมกนีเซียมสูง) ซึ่งจะเข้าไปดักจับและ ทำลายโครงสร้างฤทธิ์ของยาฆ่าแมลงและฮอร์โมนพืชทันทีตั้งแต่เทลงถัง สารตัวนี้จะช่วยดักจับแร่ธาตุเหล่านั้น และปรับค่า pH ของน้ำให้มาอยู่ช่วง กรดอ่อนๆ (pH 5.5 - 6.5) ซึ่งเป็นสภาพน้ำที่ดีที่สุด ที่จะรักษาความคงตัวของตัวยาเคมีเกษตรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 100%

2. สรุปข้อดีของการเติมสารเสริมประสิทธิภาพลงในถังพ่น

ประหยัดค่ายาและสารเคมี: ตัวยาเคลือบติดและกระจายทั่วต้น ไม่ตกหล่นสูญเสียลงพื้นดิน ทำให้ใช้ปริมาณยาเท่าเดิมแต่ได้ผลคุ้มค่ากว่า

ทนการชะล้างของฝน: ยาซึมเข้าเนื้อเยื่อพืชได้เร็วกว่ากำหนด ช่วยลดความเสี่ยงเวลาพ่นยาแล้วฝนตกตามหลัง

กำจัดแมลงปากดูดได้ดีขึ้น: ช่วยให้น้ำยาเคลือบผิวตัวแมลงที่มีไขมันหรือขนหนาปกคลุม (เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย) ทำให้น้ำยาแทรกซึมเข้าทำลายแมลงได้ง่ายขึ้น

ยืดอายุการออกฤทธิ์ของยา: น้ำที่ปรับสภาพเรียบร้อยแล้วจะไม่ไปทำลายฤทธิ์ยา ยาจึงคงประสิทธิภาพพ่นฆ่าหนอนและแมลงได้ยาวนานขึ้น

3. สำคัญมาก! ลำดับการเทผสมสารในถังพ่นพืช

เพื่อให้เทคโนโลยีสารทำงานร่วมกันได้ดีที่สุด ไม่หักล้างฤทธิ์กัน ให้ใช้เกณฑ์การผสมตามกฎดังนี้:

1

เทสารปรับสภาพน้ำลงไปเป็นตัวแรกสุด 🥇

ต้องเติม สารปรับสภาพน้ำ ลงในถังที่มีน้ำเปล่าก่อนเป็นอันดับแรกสุด แล้วกวนให้เข้ากัน เพื่อเตรียมสภาพโมเลกุลน้ำในถังให้พร้อมรับสารเคมีตัวอื่นๆ ห้ามเทยาฆ่าแมลงลงไปก่อนน้ำปรับสภาพเด็ดขาด

2

เทผสมกลุ่มปุ๋ยและยาฆ่าแมลง/เชื้อราตามลำดับปกติ

ละลายปุ๋ยเกล็ด ➡️ ตามด้วยยาผง ➡️ ยาน้ำครีม ➡️ ยาน้ำใส และยาน้ำมัน ตามลำดับความเข้มข้นของตัวยา *(หากมีการใช้ไวท์ออยล์ ให้ผสมในขั้นตอนนี้ตามสัดส่วนยาน้ำมัน)*

3

ปิดท้ายด้วยสารจับใบเนื้อซิลิโคน เป็นตัวสุดท้ายเสมอ 🏁

เติม สารจับใบเนื้อซิลิโคน หรือสารนำพาแทรกซึมไว ปิดท้ายรายการหลังรวมยาทุกตัวละลายดีแล้ว เพื่อทำหน้าที่หุ้มโมเลกุลยาทั้งหมดและลดแรงตึงผิวในวินาทีที่ละอองพ่นกระทบใบพืช

กลับสู่หน้าหลักสินค้าและบริการ